Eco Desig เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางสิ่งแวดล้อม

การออกแบบที่นำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ โดยที่การใช้นั้นทำให้เกิดมลภาวะกลับเข้าสู่ระบบนิเวศน์น้อยที่สุด ในอุดมคติแล้วหากทรัพยากรที่ถูกใช้แล้วนั้น สามารถย่อยสลายโดยธรรมชาติเช่นเดียวกับวงจรชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ในความเป็นจริง หากทรัพยากรเหล่านั้นสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่ได้บ้าง ย่อยสลายตามธรรมชาติได้บ้าง ก็ถือว่าได้บรรลุ วัตถุประสงค์ ของ Eco Design แล้ว ส่วนจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลากหลายประการ

การออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พัฒนาขึ้นจากแนวคิดในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในบริบทของการผลิตที่ยั่งยืน ทำให้ทัศนะในการออกแบบผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไปสู่แนวคิดที่ต้องพิจารณาด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากมิติทางด้านคุณภาพและผลตอบแทนในเชิงเศรษฐศาสตร์ นั่นคือ การพิจารณามิติทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและจริยธรรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นโดยข้อพิจารณาพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึงในการรออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่
1) แนวคิดด้านการบริโภคและการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป จากการที่ประชาชนให้ความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว ภาครัฐมีการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความตระหนักและเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านการเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-product)มากขึ้น ทำให้ความต้องการ Eco-product สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วจึงอยู่ในระดับที่สูงมาก นอกจากนี้รัฐเองยังเข้ามามีบทบาท ในการกำหนดนโยบายส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้งบประมาณในการจัดซื้อของรัฐที่ต้องพิจารณา Eco-product ก่อนเป็นอันดับแรก เป็นต้น
2) การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถของเทคโนโลยีก็เพิ่มขึ้นด้วย แต่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นผู้ออกแบบต้องตระหนักเสมอว่า ผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ผลิตภัณฑ์อาจเหมาะสำหรับคนที่ใช้เท่านั้นแต่เกิดผลกระทบต่อคนอื่น ดังนั้น หากจะมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้ว ต้องมองในภาพกว้างถึงผลกระทบที่อาจตามมา และปลูกฝังแนวคิดทางด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ เป้าหมายในเชิงกลยุทธ์เพื่อการปรับปรุงเทคโนโลยี ยังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยมุ่งเน้นการเพิ่มหน้าที่ในการใช้งานของผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าในขณะที่ต้องลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานตลอดทั้งวัฎจักรชีวิตของระบบที่เกี่ยวข้อง
3) การเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางด้านเศรษฐศาสตร์และสังคมจากกระบวนทัศน์ของโลกที่ปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ เทคโนโลยีในยุคการสื่อสารไร้พรมแดนที่ได้สร้างระบบการผลิตและขนส่งที่ทันสมัยและเกิดห่วงโซ่อุปทานที่แผ่ขยายในวงกว้างทั่วโลก เกิดความสะดวกสบายขึ้น ทำให้ประชากรหันมาตระหนักถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของตนและเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ เพื่อกำหนดรูปแบบการผลิตและการบริโภคในสังคมปัจจุบัน ระบบการศึกษาที่พัฒนาหลักคิดของคนตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งคำนึงถึงดุลยภาพของมิติทางด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันทำให้เกิดอุปสงค์สีเขียวไปทั่วโลก หลายประเทศให้ความสำคัญและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ประเภท Eco-product ด้วยการให้สิทธิประโยชน์กับสินค้านำเข้าที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม (Eco-label) หรือระบุให้ผลิตภัณฑ์ต้องมีตารางผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแสดงให้ผู้บริโภคทราบ เป็นต้น

eco product บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันโลกกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเนื่องจากภาวะโลกร้อน ในฐานะตัวการที่สร้างปัญหาแก่โลก มนุษย์จึงมีความรับผิดชอบโดยตรงที่ต้องลงมือทำเพื่อโลก ซึ่งเท่ากับทำเพื่อตัวเองและคนรุ่นหลัง โลกที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้มนุษย์ต้องหันมาปรับเปลี่ยนการดำรงชีวิต รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคทรัพยากรเพื่อเบียดเบียนโลกให้น้อยที่สุด นี่เป็นโจทย์สำคัญสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัว ทั้งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ความคาดหวังของผู้บริโภค และในฐานะพลเมืองของโลก หลายบริษัทจึงหันมาเดินตามแนวทางธุรกิจยั่งยืนมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม eco product ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมเพื่อโลกที่ดีกว่าเดิม

สำหรับแนวคิดเรื่องสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ eco product ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง ระหว่างการผลิต การใช้งาน แม้แต่เมื่อหมดอายุการใช้งานแล้ว ในฐานะนักอุตสาหกรรมเราสามารถช่วยสิ่งแวดล้อมได้ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ eco product ให้นำกลับมาใช้ใหม่ ใช้วัสดุที่เป็นมิตร และลดของเสียที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม

eco productไม่ใช่แค่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตด้วย ตามหลัก 3R (reduce-reuse-recycle) ซึ่งช่วยลดต้นทุนการใช้วัตถุดิบ ทรัพยากร และพลังงาน ยกตัวอย่างการออกแบบการตัดเย็บเสื้อผ้าให้ดี ก็จะเหลือเศษผ้าน้อย หากนำเศษผ้าไปทำพรมเช็ดเท้า ขยะจะน้อยลง และเมื่อใช้พลังงานน้อยก็กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย การออกแบบ eco productในอนาคตจะไปในทิศทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือผลิตซ้ำได้ ซึ่งขณะนี้หลายประเทศมีมาตรการบังคับในเรื่องนี้ ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญต่อประเด็นนี้มากขึ้น หากผู้ผลิต eco product ไม่เดินตามแนวทางนี้ก็มีโอกาสทางธุรกิจน้อยลง

ปัจจุบันแนวคิดเรื่องการบริโภคและการผลิตเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทุกวันนี้เมื่อทำการวิเคราะห์แล้ว ดังนั้นประเทศที่พัฒนาแล้วจึงให้ความสนใจกับปัญหานี้เป็นอย่างมากโดยให้ความรู้กับประชาชนในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ความต้องการ eco product สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วจึงมีอัตราสูงมาก นอกจากนั้นภาครัฐของประเทศเหล่านี้ต่างช่วยกันผลักดันให้ใช้ eco product โดยการเอานโยบายรัฐมาเป็นตัวกำหนด เช่น งบประมาณในการจัดซื้อของรัฐต้องพิจารณา eco product ก่อนเป็นอันดับแรก เป็นต้น

เทคโนโลยีสะอาด การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมก่อให้เกิดปัญหามลภาวะต่าง ๆและกำลังเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกในปัจจุบัน ดังนั้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจึงมีการพัฒนาหลักการของเทคโนโลยีสะอาด การผลิตที่สะอาด การป้องกันมลพิษ รวมไปถึงการลดการเกิดของเสียให้น้อยที่สุดในกระบวนการผลิต ซึ่งเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ว่าจะเลือกใช้วิธีการใดในกระบวนการผลิตของตนเอง

1. เทคโนโลยีสะอาด
การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสะอาด คือ กลยุทธ์ที่ใช้ในการผลิตเชิงอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้วัตถุดิบ และพลังงานในการผลิต ทำให้สามารถลดต้นทุน โดยการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดของเสียจากแหล่งกำเนิด อันจะช่วยลดภาระในการกำจัดของเสีย รวมถึงก่อให้เกิดการใช้พลังงาน ทรัพยากร และวัตถุดิบต้นทุนอย่างคุ้มค่า อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้ประกอบการ ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก อีกทั้งยังพัฒนาความสามารถ และประสิทธิภาพของธุรกิจ และเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวสู่มาตรฐาน ISO 14000 ของอุตสาหกรรมอีกด้วย

– หลักการของเทคโนโลยีสะอาด มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ การลดการใช้พลังงาน การใช้น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ซึ่งหลักการของเทคโนโลยีสะอาดจะเน้นที่การป้องกันมากกว่าการแก้ปัญหา โดยลดของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด โดยวิธีการแยกสารพิษที่เกิดขึ้นจากการบวนการผลิตในทุกขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต การเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบ ที่ทำให้เกิดผลพลอยได้ที่ไม่เป็นอันตราย รวมทั้งการลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นโดยกระบวนการนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือ การนำกลับไปใช้ใหม่ จนกระทั่งของเสียเหล่านั้นไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก จึงนำไปบำบัดหรือกำจัดตามหลักวิชาการต่อไป

2. กระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ แบ่งออกได้ 2 แนวทางคือ
1 การใช้ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน โดยการนำวัตถุดิบที่ไม่คุณภาพกลับมาใช้ประโยชน์ หรือ การใช้ประโยชน์จากสารหรือวัสดุที่ปนอยู่กับของเสีย โดยการนำมาใช้ในกระบวนการผลิตเดิม หรือ กระบวนการผลิตในขั้นตอนอื่น
2 การใช้เทคโนโลยีหมุนเวียน เป็นการนำเอาของเสียผ่านกระบวนการต่าง ๆ เพื่อนำทรัพยากรกลับมาใช้อีก
แนวคิดของเทคโนโลยีสะอาด คือ การป้องกันมลพิษที่แหล่งกำเนิด และการลดปริมาณสารเคมีที่ใช้ให้น้อยที่สุด โดยทำได้ตามขั้นตอนที่เรียงลำดับความสำคัญจากมากไปน้อย ดังนี้
– การลดที่แหล่งกำเนิด
– การใช้หมุนเวียน
– การบำบัด
– การปล่อยทิ้ง

หลังจากนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ต้องมีการวางแผนและจัดการ มีการสำรวจข้อมูล ทำการประเมินเบื้องต้น และทำการประเมินในขั้นตอนต่อมา โดยในขั้นตอนการประเมินเบื้องต้นจะเกี่ยวข้องกับการสร้างแผนภาพกระบวนการผลิต พิจารณาการป้อนเข้าและการจ่ายออกของวัตถุดิบ ของแต่ละหน่วยปฏิบัติการ จัดทำสมดุลมวลสาร ทำให้ทราบปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้น รวมทั้งทำให้สามารถวิเคราะห์สาเหตุการเกิดของเสียอันนำไปสู่กระบวนการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเพื่อลดของเสียที่เกิดขึ้น โดยทางเลือกที่นำเสนอต้องมีความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ ลงทุนไม่สูง และสามารถคืนทุนได้ในระยะสั้น เมื่อวิธีการทางสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์จึงดำเนินการ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป